ถามมา-เราตอบ #1

พูดได้ไหมพี่จี้ 


“เมื่อทำสิ่งที่ถูก มันจะยากที่สุดแค่ตอนแรก 
เมื่อทำสิ่งที่ผิด มันจะง่ายที่สุดแค่ตอนแรก”

ลองจินตนาการว่าเราปกปิดแฟนเรื่องร้ายแรง แล้วต้องคอยหวาดระเเวงไปตลอด ใจคอไม่ดี กลัวว่าแฟนจะรู้ความจริง ถ้ารู้แล้วจะบอกเลิกเราหรือเปล่า เพราะวันที่ตกลงจะคบกัน สัญญาว่าจะบอกเรื่องสำคัญต่อกันทุกเรื่อง

อารมณ์นั้นเลยค่ะ สำหรับสัญญาประกันชีวิตเป็นสัญญาที่ใช้หลักสุจริตอย่างยิ่ง ผู้ขอทำประกันจะต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจรับทำประกัน 

ซึ่งข้อมูลที่มีผลสำคัญมากๆ ก็คือ “ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ขอทำประกัน” ทั้งประวัติการรักษาและโรคประจำตัว เพื่อให้บริษัทประกันใช้ในการประเมินความเสี่ยงของการรับประกัน

ถ้าเป็นประกันสุขภาพ ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่คุ้มครองโรคที่เราเป็นมาก่อนหน้าทำประกันหรือเป็นโรคที่ยังรักษาไม่หาย อาจมีการเพิ่มเบี้ยประกัน หรือในบางกรณีอาจจะปฏิเสธการรับประกัน

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเสี่ยง ขอเลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงได้ไหม เพื่อให้บริษัทพิจารณารับประกันง่ายๆ ไม่อยากไปขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล เพราะถ้ารู้ความจริง บริษัทจะต้องมีเงื่อนไขเเน่นอน ไม่อยากถูกยกเว้น ไม่อยากจ่ายเบี้ยเพิ่ม 

การปกปิดมันเสี่ยงยิ่งกว่าอีกค่ะ 

หากปกปิดข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญจะถือว่าเป็นการทำประกันโดยไม่สุจริตใจ และความลับไม่มีในโลก บริษัทสืบเก่งยิ่งกว่านักสืบ pantip แอบไปรักษาที่ไหนมารู้หมด ปิดไม่มิด 

และเมื่อบริษัทสืบทราบในภายหลัง โอ้โหเธอ…หวานเจี๊ยบบบบ นอกจากจะไม่อนุมัติเคลมแล้ว ยังสามารถบอกเลิกสัญญาได้ด้วย ทีนี้เราจะไม่ได้รับความคุ้มครองอะไรเลย จากเคยมีบ้างกลับกลายเป็นไม่เหลือ ลำบากกว่าเดิมไปอีก

เพราะฉะนั้น เราชาวตัวแทนถึงได้ชวนนักชวนหนา อยากให้คนที่แข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บป่วยหนัก รีบมาทำประกันสุขภาพ เพื่อที่จะได้ตัดกังวลเรื่องปัญหาเหล่านี้ ได้รับความคุ้มครองไปแบบเต็มๆ จุกๆ 

วันที่ดีที่สุดคือวันนี้ เพราะวันหน้า ไม่รู้ว่าเราจะเจ็บป่วยจนถูกยกเว้นความคุ้มครองโรคอะไรอีกบ้าง

ที่สำคัญขอย้ำอีกครั้ง 
ขอให้แถลงความจริง และอย่าลืมตรวจสอบใบคำขอให้ดีด้วยนะคะว่าถูกต้องครบถ้วนตรงตามที่เราได้ให้ข้อมูลหรือเปล่า 

Leave a comment