ใจเย็นนะลูกกกก
ในทางทฤษฎี ตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าผู้รับผลประโยชน์จะต้องเกี่ยวข้องกับผู้เอาประกัน สามารถระบุใครก็ได้เป็นผู้รับผลประโยชน์ของประกันชีวิต โดยไม่จำเป็นคนในครอบครัวหรือทายาท
แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่มักจะให้ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นคนใกล้ชิดทางสายเลือดหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา บิดา-มารดาบุญธรรม บุตรบุญธรรม สามี ภรรยา หุ้นส่วนชีวิต บริษัท สถาบันการเงิน (ฐานะเจ้าหนี้) เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการก่อเหตุร้ายต่อผู้เอาประกัน
ผู้รับผลประโยชน์จะมีกี่คนก็ได้ และสามารถกำหนดสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนจะได้รับได้เช่นกัน
สำหรับสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถระบุความสัมพันธ์เป็นสามี -ภรรยาได้
คู่รัก LGBTQ+ สามารถระบุความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม ควรจะต้องมีหลักฐานหรือสิ่งที่ยืนยันความสัมพันธ์นั้น เช่น การเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน, การมีชื่อในอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ ร่วมกัน แต่ทั้งนี้ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทประกันชีวิตและเอกสารประกอบการพิจารณา
ดังนั้น มาตา…การเป็นแฟนกุ๊กๆกิ๊กๆ กัน มันอาจจะยังไม่หนักแน่นเพียงพอ
ถ้าอยากรีบยกผลประโยชน์ให้เป็นหนึ่งก็หมั้นกันซะ หรือมั่นใจว่าคนนี้ชัวร์ แต่งงาน จดทะเบียนให้รู้เรื่องรู้ราวไปเลยจ้า
ถ้าเขายังไม่มาขอ มาตาก็ไปขอเขาเองก่อนอย่างที่มาตาอยากทำเลย ทีนี้พอเป็นสามีภรรยา อยากจะทำอะไรทำได้ ทางสะดวกแล้ว


Leave a comment